ไม่ได้เขียนบล๊อคมาผ่านมาซักพัก ช่วงนี้เกิดอาการหงุดหงิดนิดหน่อย เพราะลูก ๆ ที่เราเลี้ยงเอาไว้ทำเเลบ พอเเม่ไม่อยู่หน่อยเดียว พากันช๊อคตาย ขนาดว่าเอาใจสารพัดทำทุกสิ่งอย่าง ลูกก็โตช้าเสียจริง ๆ (ลูกที่พูดถึงเนี่ยหมายถึงเชื้อที่เราต้องเอามาทำงานวิจัย) พอลูกไม่โตเราก็ทำไรไม่ได้ นั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อมาเป็นอาทิตย์ สุดท้ายสาเหตุที่ลูกตายไม่ได้เป็นเพราะว่าเเม่ไม่อยู่ เเต่เพราะว่าลูกเเพ้เชื้อรา ตู้ปลอดเชื้อมีน้องรามาอาศัยอยู่ ส่งผลให้ลูกเราตกใจตาย เฮ้อ เราเลยพาลจะเป็นลม เพราะว่าถ้าลูกไม่โตเเม่ก็เจ๊งล่ะค่ะงานนี้
เมื่อปลายเดือนที่เเล้วไปสัมมนาที่โตเกียวมา เป็นการไปสัมมนาเเบบฉุกละหุกมาก เราไปโตเกียวมาหลายครั้งมาก เพราะฉนั้นโตเกียวครั้งนี้ก็ไม่รู้จะไปเที่ยวไหน เด็ก ๆ ในเเลบชวนกันไปเที่ยวก่อนล่วงหน้า เเต่เราไปมาหมดเเล้วเลยขอตามไปทีหลัง ประมาณว่าเช้าเดินทาง บ่ายสัมมนา เเต่หารู้ไม่ว่าที่สัมมนาไกลโพด เรานั่งเครื่องไปถึงตอนเช้ากว่าจะเดินทางไปถึงที่สัมมนาก็เกือบเที่ยง น้อง ๆ โทรมาจิกตั้งเเต่เครื่องลง กลัวว่าเราจะสัมมนาไม่ทัน
งานนี้เราได้เจอติวเตอร์ สมัยที่มาอยู่ญี่ปุ่นใหม่ ๆ อาจารย์จะจัดติวเตอร์เอาให้หนึ่งคนเอาไว้ช่วยเหลือเรา ปกติอายุการใช้งานของติวเตอร์จะประมาณหนึ่งปี เเต่เเหม่มซังสามารถยืดอายุการทำงานของติวเตอร์ไปได้สามปีโดยปราศจากค่าตอบเเทน (ปกติติวเตอร์จะได้เงิน) สุดท้ายเรากับติวเตอร์เลยสนิทกัน เพราะว่าเรามีปัญหาตลอด พอได้เจอกันที่งาน เรากระโดดกอดติวเตอร์เลย เพราะไม่ได้เจอกันเกือบปี
งานสัมมนาของเราผ่านไปได้ด้วยดี (มั้ง) ตอนเย็นเราเลยชวนติวเตอร์ไปทานข้าวต่อเเถว ๆ ชินจูกุ ร้านที่เราเลือกเป็นสปาเกตตี้ บรรยากาศโรเเมนติคสุดยอด เเต่อาหารจานกะติ๋วนึง เเถมราคาเเพงอีกต่างหาก

พอกลับถึงที่พัก เหนื่อยมาก โทรหานุ้ยนัดเเนะว่าพรุ่งนี้ไปทำอะไรกันดี เพื่อนตัวดีดันอวยพรก่อนนอนว่า ระวังญาติมาหานะ สรุป เเหม่มซังไม่ได้หลับ กลัว ญาติเเวะมาหากลางดึก เอวัง
ตอนเช้าตื่นมาเป็นเเม่หลินฮุ่ย ตาโหลมากเพราะไม่ได้หลับ โทรหานุ้ยว่าไปเจอกันที่ไหน เราก็นึกว่าจะเจอกันที่ชินจูกุ ตอนนั่งรถไฟนุ้ยดันส่งเเมสเสจมาหาให้ไปเจอฮาราจูกุ ไอ้เราก็มัวเดินเล่นชินจูกุ มาดูมือถืออีกทีวิ่งกระหืดหระหอบไปเจอนุ้ยที่ฮาราจูกุ เเถมเรางงรถไฟได้อีก (จริง ๆ ใกล้กันมาก) ฮ่วย
เรามีเเพลนร้านที่จะเดินเพราะเชคจากเวบเอาไว้เเล้วว่าอยากได้อะไรบ้าง เลยได้ไปเสียทรัพย์ซะส่วนใหญ่ที่ Forever 21 เมื่อหมดตูดเราก็ต้องเข้าวัดขอพรให้มีโชคลาภกันต่อที่ Meiji Jingu
นุ้ยถึงกับเกิดอาการช๊อคว่าเราไม่เคยมาที่วัดนี้เลยเหรอ เออ นั่นดิมาทีไรมาเดินช๊อบตลอด เเล้วเราพลาดวัดนี้ไปได้อย่างไร



ก่อนกลับเเวะหม่ำราเมงจีนกับนุ้ย ปกตินุ้ยไม่กินราเมงเพราะว่าเค็ม เเต่มาเจอราเมงจีนนุ้ยเปลี่ยนใจ กลับมาหม่ำราเมงเหมือนเดิม
ขากลับอาจารย์สอนภาษาญี่ปุ่นเเวะมารับที่สนามบิน หลงทางกลับได้อีก อาจารย์อยากลองทางใหม่เห็นเเหม่มซังเหนื่อย สรุปพาอ้อมไปออกอีกตำบล ฮ่วย กว่าจะถึงบ้านสลบเหมือด