Archives

chocolate mousse cake

ชอคโกเเลตมูสเค้กก้อนนี้เป็นภาคต่อของชอคโกเเลตเค้กก้อนที่เเล้ว  กะว่า ๆๆๆ หลายหนที่จะทำ  เเต่มีเรื่องด่วนให้ไม่ได้ทำซักที  เพราะมูสเค้กเป็นเค้กที่ค่อนข้างใช้เวลา กว่าจะอบเค้ก ทำตัวมูสเเล้วต้องรอให้เค้กเซ็ทตัวอีก  อย่างน้อยต้องเผื่อเวลาเอาไว้ซักครึ่งวัน  เมื่อเวลาพร้อม อุปกรณ์พร้อมก็เกิดปัญหาอีกจนได้ เพราะว่าอากาศเมื่อวานนี้ร้อนมาก อุณหภูมิปาไปสามสิบสี่องศา  เมื่อวานพออบตัวเค้กเสร็จห้องก็ร้อนขึ้นไปอีก  ลืมนึกว่าต้องตีวิปครีม หยิบวิปมาตีโดยไม่ได้คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์อัปยศ วิปครีมตีไม่ขึ้นคร้าบบบบบ  ทำใจเททิ้งเเล้วต้องเก็บเนื้อเค้กเอาไว้  ห่อพลาสติกเเช่ตู้เย็นเอาไว้ก่อน  หลังจากทบทวนความผิดพลาด  วันนี้เลยเปิดแอร์ให้ห้องเย็น ๆ  เเช่หััวตีเเละชามสเเตนเลสพร้อมวิปครีมเอาไว้เรียบร้อย  (สี่เท้ายังรู้พลาด ทำเค้กมันก็ต้องพลั้งบ้างเป็นธรรมดา)  วันนี้ชอคโกเเลตมูสเค้กก็เสร็จเป็นที่เรียบร้อย

สูตรมูสเค้กนี้มาจากหนังสือ Marui cake recipe 60 แปลเป็นไทยก็เค้กกลม ๆ 60 สูตร ของ คุณซาซากิ ยูนะ  เนื้อเค้กเป็นสปองค์เค้กสไตล์ญี่ปุ่น

สูตรชอคโกเเลตสปองค์เค้ก (สำหรับพิมพ์ 15 cm)

ไข่ไก่ 2 ฟอง

น้ำตาล 65 g

เเป้งสาีลี 50 g

โกโก้ผง  10 g

เนยสด 20 g (ละลายในไมโครเวฟ)

วิธีทำเค้กชอคโกเเลต

Photobucket

ตีไข่กับน้ำตาลในชามสเเตนเลสจนขึ้นฟูเป็นฟอง

เติมน้ำอุ่นประมาณ 60-70 องศาเซลเซียสในชามสเเตนเลสใบใหญ่  นำชามไข่มาวางบนชามน้ำอุ่น  (อย่าวางชามไข่บนน้ำร้อนจัด ไม่อย่างนั้นไข่สุกเเน่ ๆ ค่ะ)  อุณหภูมิของไข่ประมาณอุณหภูมิร่างกาย  ตีต่อด้วยความเร็วสูงประมาณ 5-6 นาทีจนเป็นริบบ้อนสเตท เชคง่าย ๆ ด้วยไม้จิ้มฟัน ถ้าตั้งได้ไม่ล้มก็เเปลว่าไข่ได้ที่เเล้ว

Photobucket

ร่อนส่วนผสมของโกโก้ เเละเเป้งเหนือส่วนผสมของไข่  เเบ่งผสมประมาณสองรอบ ค่อย ๆ ตะล่อมอย่างเบามือให้ส่วนผสมเข้ากัน

เเบ่งส่วนผสมด้านบนออกมาประมาณหนึ่งถ้วยตวง  ผสมกับเนยอุ่นละลาย (เนยอุ่น ๆ ทำให้ส่วนผสมเข้ากันได้ดี)  ผสมให้เข้ากัน  เเล้วเทกลับลงผสมในส่วนผสมด้านบน  ตะล่อมผสมให้เข้ากัน
รองพิมพ์ด้วยกระดาษไข เเละวอร์มเตาอบที่ 180 องศาเซลเซียส  เทส่วนผสมลงในพิมพ์  เคาะพิมพ์ก่อนนำเข้าอบเพื่อไล่ฟองอากาศ  อบประมาณ 30 นาที

ส่วนผสมมูสชอคโกเเลต

ส่วนที่หนึ่ง

ชอคโกเเลตชนิดหวาน 140 g

วิปปิ้งครีม 120 g

gelatin 6 g (เเหม่มใช้ชนิดเเผ่นห้าเเผ่น ละลายน้ำให้พองตัวก่อนใช้)

ส่วนที่สอง

วิปปิ้งครีม 100 g

น้ำตาลทรายป่น 60 g

วิธีทำมูสชอคโกเเลต

Photobucket
Photobucket

นำส่วนผสมที่หนึ่งมาผสมในชามสเเตนเลส  นำไปละลายโดยน้ำเดือด ไม่ละลายโดยตรงบนไฟ เมื่อส่วนผสมละลาย เติมเจลาตินที่พองตัวเเล้ว  คนส่วนผสมให้เข้ากัน  พักไว้ให้เย็น

นำส่วนผสมที่สองตีให้วิปปิ้งครีมตั้งยอดอ่อน (ถ้าตั้งยอดเเข็งเนื้อมูสจะไม่เนียน)

เติมส่วนผสมที่หนึ่งที่เย็นตัวเเล้ว ลงในวิปปิ้งครีม  ผสมให้เข้ากัน

มาถึงวิธีประกอบเค้ก

ตัดเเบ่งเค้กออกเป็นสองส่วนเท่า ๆ กัน  จากนั้นวางเค้กส่วนที่หนึ่งในพิมพ์ถอดก้นได้ขนาดสิบเเปดเซนติเมตร  เทมูสชอคโกเเลต   ทิ้งให้มูสเซทตัวในตู้เย็น เเล้วค่อยวางเค้กชั้นที่สอง   เทมูสที่เหลือทับลงไป  สุดท้ายเเช่เพื่อให้มูสเซทตัวในตู้เย็นค่ะ

Photobucket

Photobucket

เเต่งตัวโดยโรยผงโกโก้เล็กน้อย

prune and chocolate torte เค้กชอคโกเเลตเข้ม ๆ มาเเล้วจ้า

เค้กก้อนนี้เป็นที่ถูกใจเพื่อนยกทั้งหลาย เเต่ด้วยความที่เเหม่มเป็นคนไม่ค่อยชอบทานชอคโกเเลตเลยไม่ค่อยพิศมัยเค้กชอคโกเเลตซักเท่าไหร่ เเต่เมื่อไม่นานมานี้ได้มีโอกาสทานเค้กชอคโกเเลตที่ร้านสปาเกตตี้ชื่อดังเเถวบ้าน ติดใจเค้กชอคโกเเลตมาก ๆ เลยเปลี่ยนใจหันมาลองทำเค้กชอคบ้างดีกว่า
เค้กที่เลือกทำเป็นเค้กชอคโกเเลตเเบบเข้ม (เหมาะกับคนที่ชอบชอคโกเเลตเเบบดาร์กสุด ๆ) เหลือบไปเห็นในบ้านมีพรุนซันสวีทอยู่หนึ่งถุง นึกเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกว่าอยู่กับเรามาตั้งเเต่เมื่อไหร่ เชควันหมดอายุเเล้วปลอดภัย เค้กเข้ม ๆ วันนี้เลยได้รสหวานทานคู่กับพรุนเพิ่ม

สูตรเค้กนี้มาจากหนังสือ 101 cakes & bakes (tried and tasted recipes) ของสำนักพิมพ์ BBC หนังสือเล่มนี้ซื้อมานานเเล้วตั้งเเต่หัดเริ่มทำเค้กสมัยเเรก ๆ เเต่ไม่ค่อยได้ทำเค้กจากหนังสือเล่มนี้เท่าไหร่ เพราะว่าวัตถุดิบเเต่ละอย่างค่อนข้างหายากในญี่ปุ่น เเต่เล่มนี้คุ้มมากเพราะราคาน่าคบหา เเละมีสูตรเค้กหลากหลาย เเต่ละสูตรก็จะมีคำโปรยให้ชวนลองทำตาม อย่างสูตรนี้มีคำโปรยว่า rich with brandy-steeped prunes, this is a cake for real lover chocolate จะผิดเเผกก็ตรงที่เเหม่มไม่ได้ใส่บรั่นดี เเต่เค้กสูตรนี้ก็เหมาะสำหรับคอชอคโกเเลตจริง ๆ

ส่วนผสม (สูตรสำหรับพิมพ์ถอดก้นได้ 9 in/ 23 cm)
ลูกพรุน 250 g (เอาเม็ดออก) เเหม่มใช้ซันสวีทเเทน
บรั่นดี 4 ช้อนโต๊ะ
ผงโกโก้ 25 g
คาร์กชอคโกเเลต 100 g (ส่วนผสมของโกโก้อย่างน้อย 70% เเหม่มใช้เเบบเต็มที่ 95%) หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ
เนยสดจืด 50 g
น้ำตาลทรายเเดง 175 g
ไข่ขาว (ไข่ขนาดใหญ่) 4 ฟอง
เเป้งสาลี 85 g
ชินนาม่อน 1 ช้อนชา

วิธีทำ
เเช่ลูกพรุนลงในบรั่นดีประมาณ 30 นาที (เเหม่มไม่มีเลยข้ามขั้นตอนนี้ไป)
วอร์มเตาอบที่ 170 องศาเซลเซียส ทารอบพิมพ์ด้วยเนย
ผสมโกโก้ ชอคโกเเลต เเละเนยสดจืด เเบ่่งน้ำตาลออกมาผสม 140 g เติมน้ำร้อน 100 ml ลงไปในส่วนผสม เเล้วนำไปตั้งไฟอ่อน ๆ คนผสมจนส่วนผสมทั้งหมดละลายเข้ากัน เเล้วพักเอาไว้
ตีไข่ขาวจนตั้งยอดอ่อน ค่อย ๆ เติมน้ำตาลส่วนที่เหลือลงในไข่ขาว เเละตีต่อจนส่วนผสมเข้ากัน ร่อนเเป้งเเละชินนาม่อนลงในส่วนผสม ค่อย ๆ ตะล่อมส่วนผสมให้เข้ากัน เติมส่วนผสมของชอคโกเเลตที่เริ่มเย็นลงใป เเล้วผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน
เทส่วนผสมลงพิมพ์ วางลูกพรุน เเล้วพรมบรั่นดี นำเข้าอบประมาณ 30 นาที ทดสอบการสุกของเค้กโดยดูการสปริงตัวของเค้ก

Photobucket

เเนะนำให้ทานคู่กับวิปครีมจะอร่อยโฮกเลยยยยย
ข้อดีของหนังสือเล่มนี้คือมีข้อมูลทางโภชนาการเเถมมาให้ด้วย อ่านเเล้วก็พิจารณาว่าจะทานกันกี่ชิ้นดีน้าาาาา

ข้อมูลทางโภชนาการสำหรับหนึ่งชิ้น (เค้กเเบ่งแปดชิ้น) 311 kcal, protein 5 g, carbohydrate 51 g, fat 10 g, saturated fat 6 g, fibre 3 g, added sugar 31 g, salt 0.18 g…

ปอลิง กรี๊ดดดดด กินหนึ่งชิ้นก็เเย่เเล้วววววววววววว

orange short cake オレンジのショートケーキ

เกริ่นมามีภาษาญี่ปุ่นกำำักับซะด้วย เค้กนี้เป็นสูตรชอทเค้กสไตล์ญี่ปุ่นจากหนังสือ สปองค์เค้ก (スポンジケーキ book) ของคุณฟุคุดะ จุนโกะ  เค้กชนิดนี้เป็นซับเค้ก หรือว่าเป็นเค้กลูกของสปองค์เค้กโดยปกติ  เพราะวิธีทำจะไม่เหมือนสปองค์เค้กเเบบที่ทำโดยปกติ สำหรับสูตรการทำเค้กชนิดนี้ก็ใช้ส่วนผสมน้อยเหมือนเดิม ไม่ยุ่งยากค่ะ เเต่ว่าเค้กชนิดนี้ไม่มีสารเสริมใด ๆ เเม้เเต่ผงฟู เบคกิ้งโซดาก็ไม่ต้อง เค้กขึ้นฟูด้วยไข่ล้วน ๆ

สูตรสำหรับพิมพ์ 15 cm

ส่วนที่หนึ่ง

ไข่เเดง 2 ฟอง
น้ำตาล 30 กรัม
นมสด 2 ช้อนชา

ส่วนที่สอง

ไข่ขาว 2 ฟอง
น้ำตาล 30 กรัม

ส่วนของครีมเเต่งหน้าเค้ก

วิปปิ้งครีม 340 ml
น้ำตาลป่น  1  1/2 ช้อนโต๊ะ

น้ำเชื่อม (น้ำส้ม) สำหรับทาหน้าเค้ก

น้ำส้มคั้น 55 ml
น้ำตาล  15 กรัม
น้ำมะนาว 2 ช้อนชา

ส้มสดประมาณ 2 ลูก

วิธีทำ

(เเยกไข่ตอนที่เพิ่งเอาออกจากตู้เย็นจะเเยกได้ง่ายค่ะ  เเต่ต้องทิ้งเอาว้ที่อุณหภูมิห้องก่อนตี)  นำไข่เเดงเเละน้ำตาลในส่วนผสมที่หนึ่งมาตีผสมให้ไข่เเดงขึ้นฟู เเล้วเติมนมสด คนผสมให้เข้ากันค่ะ พักเอาไว้ก่อน
Photobucket

ตีไข่ขาวเป็นฟองละเอียด ค่อย ๆ ทะยอยเติมน้ำตาลจนหมด  เเล้วตีต่อจนตั้งยอดค่ะ วิธีเชคตามหนังสือ คือ ให้ดึงหัวตีขึ้นมาจากส่วนผสม  เเล้วสามารถตั้งยอดคงตัวอยู่ได้ค่ะ
Photobucket
เเบ่งส่วนผสมของไข่ขาวออกประมาณสามส่วน ค่อย ๆ ทะยอยผสมในส่วนผสมไข่เเดง ตะล่อมให้เข้ากันอย่างเบามือ  เมื่อส่่วนผสมเข้ากันเเล้วเเบ่งเเป้งออกเป็นสองส่วน  ทะยอยร่อนลงในส่วนผสมของไข่  เเล้วผสมให้เข้ากันอย่างเบามือ
Photobucket

เมื่อส่วนผสมเข้ากันดีเเล้ว เติมส่วนของเนยละลายอุ่น ๆ (เนยละลายอุ่น ๆ ทำให้เข้ากันกับส่วนผสมได้ดีค่ะ)  คนผสมให้เข้ากัน
Photobucket

นำส่วนผสมเข้าอบที่ 170 องศาเซลเซียส เวลาประมาณ 20-25 นาที  รองพิมพ์ด้วยกระดาษไข ก่อนอบกระเเทกพิมพ์กับพื้นโต๊ะเบา ๆ (ยกสูงจากพื้นประมาณ 15-20 cm)  หนึ่งครั้งเพื่อไล่ฟองอากาศ

วิธีเเต่งหน้าเค้กก็ตามสไตล์เลยค่ะ เเต่ว่าเค้กชนิดนี้หน้าเค้กจะเเห้งต้องทาหน้าเค้กด้วยน้ำเชื่อม วิธีทำน้ำเชื่อมก็เอาน้ำส้มคั้นกับน้ำตาล  ตั้งไฟอ่อน ๆ  ค่อย ๆ คนให้น้ำตาลละลาย  พอน้ำตาลละลายหมด  ยกลงจากเตา  พอส่วนผสมอุ่น ๆ เติมน้ำมะนาวค่ะ

สำหรับวิธีตัดเเต่งส้ม

ส้มที่ใช้วันนี้นำเข้าจากอเมริกาด้วยนะเนี่ย ราคาถูกกว่าส้มของญี่ปุ่นอีกต่างหาก  ตัดหัวท้ายส้มก่อนเเล้วค่อยปอกเปลือกส้มออก  ลอกใยขาว ๆ ของส้มออกด้วยนะคะ  จากนั้นค่อย ๆ ลอกส้มออกมาเป็นกลีบ ๆ

Photobucket
เเหม่มก็เเต่งตามปกติ  เเบ่งเค้กออกเป็นสองส่วน ทาน้ำเชื่อมที่หน้าเค้ก  โปะวิปครีม  วางส้ม เเล้วโปะวิปครีมอีกชั้น  จากนั้นก็เอาเค้กส่วนบนวางทับ  โปะวิปครีมรอบตัวเค้ก อันนี้ก็ตามสไตล์อยากเเต่งเเบบไหนจัดไปเลยยยยยย
Photobucket

ตอนเเรกวาดภาพเค้กออกมาเป็นอีกเเบบ หัวบีบที่อยากได้หาไม่เจอ เอ๊ะ หรือว่าไม่มี  สุดท้ายเลยออกมาเป็นเเบบนี้

Thai tea chiffon cake เค้กชาไทยนุ่ม ๆ

ช่วงนี้อากาศเริ่มร้อนมาก ๆ เเหม่มเกิดอาการอยากดื่มชาเย็นมาก ๆ นึกถึงชาเย็นเเบบไทย ๆ ใส่นม น้ำตาลน้อย ๆ ชอบเเบบมัน ๆ มากกว่าหวาน ๆ เติมน้ำเเข็งลงไปเย็น ๆ โห ชื่นใจ พอดีพี่ชายคิ้วต่ำของเรากลับไทย เลยฝากซื้อชาไทยซะหน่อย เเต่ต้องกำชับพร้อมมีรูปถ่ายว่าเอายี่ห้อนี้นะ เค้าบอกมาว่าหอมอร่อย เลยได้มาเป็นกระปุกเลย เดี๋ยวนี้สินค้าไทยพัฒนาไปเยอะ ชาไทยก็ทำเเบบพร้อมชงเป็นซอง ๆ ไม่ต้องมานั่งกรอง สะดวกดี

Photobucketชาไทยตรามือ

อานิสงค์ของการชงชาเย็นก็เลยได้เค้กชาไทยเเถมมาด้วย เเต่กว่าจะได้เค้กนี้ก็เล่นเอาเหงื่อตก เหตุเพราะตอนทำสติสตังไม่ค่อยอยู่กะเนื้อกะตัว กว่าจะทำเค้กนี้เสร็จก็หมดไข่ไปหมดบ้าน เพราะว่าผสมไข่ขาวกับน้ำมันพืชสลับกันซะสองสามรอบ ประสบการณ์นี้สอนให้รู้ว่า ถ้ารู้ตัวว่าไม่มีสติอย่าทำต่อเพราะว่าจะหมดตังค์ เอวัง

เนื้อเค้กที่เเหม่มเลือกทำเป็นสูตรชิฟฟ่อนเค้กเเบบเดียวกับชาเขียว เเต่เปลี่ยนจากชาเขียวเป็นชาไทย ส่วนชาไทยราดหน้าเค้กใช้สูตรของเเม่สลิ่มเค้กชาไทยหน้านิ่มค่ะ เเหม่มลดน้ำตาลลงนิดหน่อยเพราะว่าส่วนของชาไทยที่ราดหน้าเค้กหวานมาก เลยลดปริมาณน้ำตาลในตัวเค้กลงนิดหน่อยค่ะ

สูตรชิฟฟ่อนชาไทย (เต็มสูตรสำหรับพิมพ์ 18 cm ค่ะ)

1. ไข่ไก่ 4 ฟอง (เเยกไข่เเดงเเละไข่ขาว)
2. น้ำตาลป่น ส่วนที่หนึ่ง 40 กรัม
3. น้ำตาลป่น ส่วนที่สอง 70 กรัม
4. น้ำมันคาโนล่า 60 มิลลิลิตร
5. ผงชาไทย 2 ช้อนโต๊ะ ชงกับน้ำร้อน เเล้วตวงให้ได้น้ำชาไทยประมาณ 50 มิลลิลิตร (ขอเเบบเข้ม ๆ ค่ะ)
ุ6. เเป้งเค้ก 100 กรัม
7. เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
8. เกลือ 1 ช้อนชา

วิธีทำ

ขั้นตอนที่หนึ่ง

Photobucketชาไทยชงเเบบเข้ม ๆ เลยนะคะ

ร่อนเเป้ง เกลือป่น เบคกิ้งโซดา รวมกันประมาณสองรอบพักเอาไว้ก่อน
ตีไข่เเดงให้เข้ากัน ผสมน้ำชาไทย (ที่เย็น) เเละน้ำมันลงในส่วนของไข่เเดง คนส่วนผสมให้เข้ากัน
ผสมน้ำตาลป่นส่วนที่หนึ่งลงในส่วนผสมของแป้ง ผสมให้เข้ากัน ทำหลุมตรงกลาง เทส่วนผสมของไข่ลงในส่วนผสมของเเป้ง ผสมให้เข้ากัน

Photobucket

ขั้นตอนที่สอง
ตีไข่ขาวให้ขึ้นฟองเล็กน้ัอย ทะยอยเติมน้ำตาลส่วนที่สอง  ตีต่อด้วยความเร็วสูงจนได้ firm peak คือไข่ขาวเลยจุดตั้งยอดอ่อน เเต่ยังไม่ตั้งยอดเเข็ง (เมื่อตั้งยอดอ่อนตีต่ออีกเเป๊บนึง ก่อนตั้งยอดเเข็งค่ะ) ตีต่อด้วยความเร็วต่ำเพื่อตัดฟองอากาศหนึ่งนาที

เเบ่งส่วนผสมของไข่ขาวประมาณสามส่วน ค่อย ๆ ทะยอยใส่ในส่วนผสมของไข่เเดง ค่อย ๆ ตะล่อมอย่างเบามือ

Photobucket

อบที่ 180 องศาเซลเซียส ประมาณ 30-35 นาที วิธีเชคว่าเค้กสุกเเล้ว ก็เเค่เอานิ้วลองกด เนื้อเค้กจะสปริงตัวกลับค่ะ

ส่วนของชาไทยที่เอาไว้ราดหน้าเค้ก (สูตรจากคุณจุ๋ม เเม่สลิ่มค่ะ)

(ส่วนที่ 1)
ผงวุ้น 3/4 ช้อนชา วิธีการตวงคือ 1/2 ช้อนชา + 1/4 ช้อนชา
ผงชาไทยที่เหลือจากชงสำหรับทำตัวเค้กเมื่อกี้ และใส่เพิ่มไปอีก 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำร้อนจัด 1 ถ้วยตวงของเหลว
นมสด 100 กรัม
น้ำตาลทราย 100 กรัม
วิปปิ้งครีม 150 กรัม

(ส่วนที่ 2)
แป้งข้าวโพด 30 กรัม
นมข้นจืด 110 กรัม

(ส่วนที่ 3)
เนยสด (รสจืด) 100 กรัม

วิธีทำ

ต้มน้ำร้อนจัด 1 ถ้วยตวง แล้วเอาผงชาไทยที่เหลือจากการทำตัวเค้กเมื่อกี้ใส่ชามหรือภาชนะอะไรก็ได้ ตามด้วยผงชาไทยเพิ่มไปอีกประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ ใส่น้ำร้อนจัดลงไป ทิ้งให้ผงชาออกสีและกลิ่นจัด ๆ ชั่งให้ได้ 150 กรัม
เเหม่มตวงชาไทยใส่กะทะเทฟล่อนที่เอาไว้ทอดเลยค่ะ ตามด้วยส่วนผสมที่เหลือของส่วนที่ 1 นะคะ ผงวุ้น นมสด น้ำตาลทราย วิปปิ้งครีม คนรวมให้เข้ากัน

ส่วนที่ 2 ผสมนมข้นจืดและแป้งข้าวโพดให้เข้ากัน เเหม่มใส่ถุงพลาสติกเเล้วเขย่าให้เข้ากัน ผสมอย่าให้แป้งเป็นก้อน ตอนเเรกหานมข้นจืดไม่ได้ค่ะ เพราะไม่รู้ว่าหน้าตาของที่นี่เป็นอย่างไร สุดท้ายก็หาเจอจนได้วางขายใกล้ ๆ กับนมข้นหวาน ที่นี่นมข้นหวานเอามาจิ้มทานกับสตอเบอร์รี่ อร่อยดีค่ะ
เนยสดหั่นชิ้นเล็ก ๆ ไว้นะคะ

นำหม้อชาไทยและส่วนผสมที่เราเทรวมกันไว้ตั้งไฟ ใช้ไฟกลาง ๆ ค่ะ คุณจุ๋มอธิบายเอาไว้ว่าผงวุ้นจะละลายได้ดีในน้ำเดือดจัดไฟแรง ไม่อย่างนั้นผงวุ้นละลายไม่หมดจะเห็นเป็นเกล็ด ๆ และมีผลต่อการเซ็ทตัวของหน้าขนม แต่หากใช้ไฟแรงไปเดี๋ยวจะไหม้เสียก่อน ใช้ไฟกลาง ๆ เเละใช้ตะกร้อมือคน ๆ ตลอดให้เดือดสักพัก อย่าเทแป้งข้าวโพดที่ผสมกับนมข้นจืดลงไปขณะเดือดนะคะ (ไม่อย่างนั้นเเป้งสุกเป็นก้อนเเน่ค่ะ)

พอเดือดสักพัก ให้ลดไฟลง รอส่วนผสมอุ่น (ไม่ร้อนจนเดือด) จึงค่อยเทแป้งข้าวโพดที่ผสมกับนมข้นจืดไว้ (เขย่าถุงอีกครั้งก่อนเท)  แล้วคนให้เข้ากัน ค่อยเปิดไฟต่อ

ตอนนี้ให้ใช้ไฟอ่อน คนไปเรื่อย ๆ ส่วนผสมจะเริ่มข้นขึ้น อย่าใช้ไฟแรงไม่อย่างนั้นไหม้เเน่นอนค่ะ
คนไปเรื่อย ๆ จนส่วนผสมข้นหนืด เริ่มเห็นรอยตะกร้อมือในหม้อ ยกลงจากเตา ใส่เนยสดค่ะ
คน ๆ ต่อไปเรื่อย ๆ ให้ส่วนผสมเย็นลง รอยตะกร้อมือจะชัดขึ้น ส่วนผสมจะข้นขึ้น ราดแล้วหน้าเค้กจะไม่ไหลเลอะเทอะ เวลาคนให้คนช้า ๆ เพื่อไม่ให้อากาศเข้ามาก หากคนเร็วอากาศจะเข้ามาก ทำให้หน้าเค้กมีฟองอากาศค่ะ (เทคนิคจากคุณจุ๋มค่ะ)

Photobucketส่วนผสมเริ่มข้น เห็นรอยตะกร้อมือค่ะ

จากนั้นเตรียมตัวนำไปราดเค้กค่ะ  สไลด์เค้กออกเป็นสามชั้นค่ะ วางเค้กลงบนแผ่นรองเค้ก และวางบนก้นถาดหรือภาชนะแบน ๆ อีกที ราดเค้กชั้นเเรกลงไปก่อน จากนั้นวางเค้กชั้นที่ 2 ลงไป ราดทับอีกครั้ง วางเค้กชั้นสุดท้ายลงไป  ส่วนที่เหลือทั้งหมด ราดด้านบนและเอียงให้ไหลลงมาที่ขอบเค้กค่ะ กระแทกเบา ๆ อย่าเเรง  เสร็จเเล้วก็เอาใส่ตู้เย็นทิ้งเอาไว้เพื่อให้เซทตัว

Photobucket

Photobucket

กว่าจะทำเค้กก้อนนี้เสร็จเล่นเอาเหงื่อตก เพราะว่าส่วนผสมเททิ้งเยอะมาก ๆๆๆๆ เนื่องจากอาการไร้สติจากที่บอกข้างต้น พอมาถึงตอนราดเค้ก เเหม่มทำได้เลอะเทอะมาก (แอบฮา) เค้กนี้เอาไปให้น้อง ๆ ที่เเลบลองชิม เพราะเด็ก ๆ บอกไม่เคยลองชาไทยมาก่อน คนชิมชมว่าอร่อยมาก คนทำก็ยิ้มเเก้มปริค่ะ สรุปเค้กนี้อร่อย หอมชาไทยมาก ๆ

เค้กลูกตาล

แรงบันดาลใจครั้งเเรก เมื่อตอนกลับไทยคราวที่เเล้วตอนไปเที่ยวบางเเสน นั่งชิว ๆ ทานอาหารตอนเช้ากับเพื่อนที่โรงเเรม  อาหารเช้าน้่อยมาก ไม่ิอิ่มเลย (ทั้ง ๆ ที่คิดว่ากะเพาะเราก็เล็กนะ ฮา) เลยจัดหนักสั่งเค้กที่มีอยู่ในตู้กันมาลองชิม  ผลโหวตเค้กลูกตาลอร่อยมาก ๆ  เกิดไอเดียว่าผลไม้ไทย ๆ นี่ลองเอามาทำเค้กก็เข้ากันดี  ด้วยความที่เนื้อลูกตาลมีความอร่ิอยเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ถ้าได้มาทานกับเค้กนิ่ม ๆ คงอร่อยมากทีเดียว
ยิ่งช่วงนี้เเหม่มเกิดนึก คึก  ซื้อหนังสือเบเกอรี่ของที่ญี่ปุ่นมาสะสมเป็นงานอดิเรก  เหตุเพราะหลงใหลในเค้กสไตล์ญี่ปุ่นมาก ๆ เเปลกดีที่ร้านเค้กที่นี่ทานร้านไหน ยังไม่เคยเจอว่าไม่อร่อย
สูตรเค้กที่เลือกมาวันนี้  เป็นเนื้อสปองค์เค้ก จากหนังสือชื่อว่า Marui cake recipe 60 ของ Sasaki Yuna  เนื้อเค้กสไตล์ญี่ปุ่น  ตามร้านที่ขายเค้กทั่วไปค่ะ ส่วนเนื้อลูกตาลกระป๋อง นางเอกของเค้กวันนี้ก็ได้มาจากร้านขายของไทยเเถวบ้าน

สูตรสปองค์เค้กสำหรับพิมพ์ 15 cm

ไข่ไก่ 2 ฟอง
น้ำตาลป่น 60 กรัม
เเป้งเค้ก 60 กรัม
นมสด 5 กรัม
เนยจืด 20 กรัม

วิธีทำก็ไม่ยากเลย นำเนยจืดไปละลายด้วยไมโครเวฟจากนั้นทิ้งพักไว้ให้เย็น  ตีไข่ไก่พอเป็นฟองค่ะ เเล้วค่อย ๆ เติมน้ำตาลเเล้วตีไปเรื่อย ๆ ด้วยสปีดสูงสุดจนข้น  สามารถพับทบโดยใช้หัวตีลากเป็นเลขเเปดได้ หรือวิธีง่าย ๆ ก็ปักไม้จิ้มฟันได้ไม่ล้ม  ผสมเเป้งเค้กที่ร่อนเเล้วกับไข่ไก่ที่ตีเเล้ว  เเบ่งผสมประมาณสองครั้งค่อย ๆ ตะล่อมจนเข้ากันดี
เนยจืดที่เย็นมาผสมกับนมสด  จากนั้นผสมลงในส่วนของไข่ไก่เเละเเป้ง ตะล่อมให้เข้ากันค่ะ  เทใส่พิมพ์ที่ทาเนยรองด้วยกระดาษไขเเล้ว  หลังเทส่วนผสมก่อนเข้าอบ เคาะกับโต๊ะซักสองสามครั้งไล่ฟองอากาศ  อบที่ 180 องศาเซลเซียสประมาณ 35-40  นาที


ช้ำใจนิดหน่อยตรงที่วันนี้ตีครีมได้ไม่ดีเท่าไหร่ เหลวไปหน่อย ยิ่งอากาศช่วงนี้เริ่มร้อน ไม่เป็นใจให้ทำเค้กหน้าวิปครีมเลยจริง ๆ   เเต่เนื้อเค้กอร่อย ฟู ๆ นิ่ม ๆ ทานคู่กับลูกตาลยิ่งอร่อยโฮก

เค้กชิฟฟ่อนสังขยาใบเตย…pandan chiffon cake with pandan paste

วันนี้มีเค้กสไตล์ไทย ๆ มาฝากค่ะ  เนื่องจากไปเรียนทำขนมชั้น เเล้วทนกลิ่นหอม ๆ ของใบเตยไม่ได้ เลยเกิดความคิดทำเค้กใบเตย  เเต่จะราดหน้าเค้กด้วยครีมสดก็เหมือนไม่ใช่เค้กไทย ๆ เลยขอราดด้วยสังขยาใบเตยซะเลย

สูตรเนื้อเค้กเป็นชิฟฟอนเค้กใบเตยค่ะ  เเบ่งออกเป็นสองส่วน
ส่วนที่หนึ่ง
เเป้งเค้ก  100 กรัม
ผงฟู 1, 1/2 ช้อนชา
เกลือ 1/4 ช้อนชา
ไข่เเดง 6 ฟอง
น้ำตาลทราย 50 กรัม
น้ำใบเตย 60  กรัม (ผสมสี)
น้ำมันพืช 55 กรัม

ส่วนที่สอง
ไข่ขาว 6 ฟอง
น้ำตาลทราย 100 กรัม

วิธีทำ

ผสม ไข่เเดง  น้ำตาลทราย  เกลือ น้ำใบเตย  เเละน้ำมันพืช  ใช้ตะกร้อมือคนผสมให้เข้ากัน  จากนั้นค่อย ๆ เทลงในอ่างเเป้ง (ที่ร่อนเเล้ว ผสมกับผงฟู)  คนจนส่วนผสมเข้ากันดี
ใส่ไข่ขาวลงในชามอีกใบ  ตีให้เป็นฟอง ใส่น้ำตาลที่ละน้อย  ตีจนตั้งยอด
ตัก ไข่ขาวทีละน้อย  ผสมกับส่วนผสมเเรก  ค่อย ๆ เเบ่งไข่ขาวใส่ทีละน้อย คนอย่างเบามือ  เสร็จเเล้วเทลงพิมพ์ที่ทาไขมันเอาไว้ (รองด้วยกระดาษรองอีกชั้น)  เกลี่ยหน้าให้เรียบ เคาะพิมพ์เพื่อไล่อากาศ

ส่วนผสมของสังขยาใบเตย

เเป้งสาลี 2 ช้อนโต๊ะ
เเป้งข้างโพด 4 ช้อนโต๊ะ
หัวกะทิ 3 ถ้วยตวง
ใบเตยคั้นน้ำเข้มข้น 1-2 ช้อนโต๊ะ
ไข่ไก่เฉพาะไข่เเดง 4 ฟอง
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา

วิธีทำ
เเบ่งกะทิสองถ้วยใส่น้ำใบเตย  ผสมแป้งสาลี เเป้งข้าวโพด  ค่อย ๆ เติมหัวกะทิทีละน้อย คนให้เข้ากัน พยายามอย่าให้เเป้งเป็นเม็ด
ผสมกะทิหนึ่งถ้วยกับน้ำตาลทราย  เกลือลงในชาม คนผสมให้ละลาย
ตี ไข่เเดงให้เเตกนิดหน่อย  เเล้วผสมแป้ง  น้ำตาล ไข่เเดงลงไปในหม้อ ตั้งไฟอ่อน  คนตลอดเวลาจนเเป้งสุก  ยกลง วางหม้อสังขยาในชามน้ำเย็น  จากนั้นนำมาปาดเค้กตามชอบค่ะ


ตกเเต่งเพิ่มเติมโรยหน้าด้วยเกล็ดมะพร้าวเเห้งค่ะ

Matcha mousse cake

อากาศเริ่มร้อนเเล้ว เป็นใบไม้ผลิที่ประหลาดมาก ๆ เพราะว่าอุณหภูมิในห้องสูงถึงสามสิบองศา  พาลคิดไกลว่าเเล้วหน้าร้อนนี้จะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร

อากาศเเบบนี้ทำให้นึกอยากทานมูสเค้กเย็น ๆ มีฐานรองเค้กเป็นชิฟฟ่อนนิ่ม ๆ ไอเดียชาเขียวมูสเค้กจึงบังเกิด (คงคอนเซปอยู่ญี่ปุ่นซะหน่อย)

สูตรชิฟฟ่อนเค้กชาเขียว (เต็มสูตรสำหรับพิมพ์ 18 cm ค่ะ เเต่สำหรับมูสเค้กเเหม่มทำเเค่ครึ่งสูครค่ะ)

1.  ไข่ไก่ 4 ฟอง  (เเยกไข่เเดงเเละไข่ขาว)
2.  น้ำตาลป่น ส่วนที่หนึ่ง  40 กรัม
3.  น้ำตาลป่น ส่วนที่สอง  90 กรัม
4.  น้ำมันคาโนล่า  60 มิลลิลิตร
5.  ผงชาเขียว  4 ช้อนชา
6.  น้ำอุ่นละลายชาเขียว  50 มิลลิลิตร
7.  เเป้งเค้ก  100 กรัม
8.  เบกกิ้งโซดา  1 ช้อนชา
9.  วานิลลา  1  ช้อนชา
10.  เกลือ 1 ช้อนชา

วิธีทำ

ร่อนเเป้ง  เกลือป่น  เบคกิ้งโซดา  รวมกันประมาณสองรอบ  ตีไข่เเดงให้เข้ากัน

ละลายชาเขียวในน้ำอุ่น  จากนั้นผสมชาเขียวเเละน้ำมันลงในส่วนของไข่เเดง วานิิลลา คนส่วนผสมให้เข้ากัน

ผสมส่วนผสมของเหลวด้านบนลงในส่วนผสมของเเป้ง คนให้เข้ากัน

ตีไข่ขาวให้ขึ้นฟองเล็กน้ัอย ทะยอยเติมน้ำตาลจนไข่ขาวตั้งยอดอ่อน

เเบ่งส่วนผสมของไข่ขาวประมาณสามส่วน  ค่อย ๆ ทะยอยใส่ในชาเขียว  คนเเบบตะล่อม

อบที่ 180 องศาเซลเซียส  ประมาณ 30-35 นาที

มูสเค้กชาเขียว

1.  ผงชาเขียว 8 กรัม
2.  น้ำตาล 50 กรัม (เพิ่มลดความหวานได้ตามชอบค่ะ)
3.  ไข่แดง 2 ฟอง
4.  นมสด 50 ซีซี
5.  เจลาตินชนิดเเ่ผ่นสี่เเผ่น (เเช่น้ำให้นิ่มก่อนใช้ค่ะ)  ถ้าเป็นเเบบผงก็ประมาณ 5 กรัมค่ะ
6.  วิปปิ้งครีม 200 กรัม

วิธีทำ

นำไข่เเดงสองฟองมาตีผสมกับน้ำตาลจนไข่ขึ้นฟู

Photobucketเติมนมสดเเละผสมให้เข้ากัน

Photobucket

นำส่วนผสมไปตั้งไฟอ่อน ๆ คอยคนเรื่อย ๆ (ระวังอย่าให้ไข่จับตัวเป็นก้อน)  จนส่วนผสมเริ่มข้น

จากนั้นปิดไฟเเล้วเติมเจลาตินที่เเช่น้ำจนพองตัวเเล้ว  คนส่วนผสมให้เข้ากัน

Photobucket

Photobucket

ละลายชาเขียวในน้ำอุ่นเเล้วนำมาผสมกับส่วนผสมของไข่ คนให้เข้ากัน พักให้เย็นค่ะ

Photobucket

ตีวิปครีมจนตั้งยอดอ่อน (อย่าตีจนเเข็ง ไม่อย่างนั้นเนื้อมูสจะไม่เนียน)

เติมส่วนผสมของไข่ (ที่พักให้เย็น)  ผสมให้เข้ากัน

Photobucket

มาถึงขั้นตอนการประกอบตัวเค้ก  นำชิฟฟ่อนเค้กชาเขียววางเป็นฐานรอง  จากนั้นเทมูสเค้กราดลงไปบนตัวเค้ก  เเช่ตู้เย็นประมาณสามชั่วโมงค่ะ  โรยหน้าด้วยผงชาเขียวอีกครั้ง  พร้อมเสิร์ฟค่ะ

ปอลอ อย่าโรยผงชาเขียวเยอะนะคะ เดี๋ยวขม

Photobucket

Photobucket

Japanese strawberry short cake

จด ๆ จ้อง ๆ ว่าจะทำสตอเบอรี่ชอทเค้กมานานมาก  เเต่ก็ยังหาสูตรที่ถูกใจไม่ได้ซักที กว่าจะได้ทำสตอเบอรี่ก็เกือบหมดตลาดซะเเล้ว

สูตรนี้มาจากหนังสือ  12か月のハッピーバースデーケーキ (Birthday Cake for 12 Months) โดย Miwa Nakanishi เค้กสูตรนี้เป็นเค้ก

เนื้อสปันจ์เหมือนกับเค้กที่วางขายทั่วไปอยู่ที่ญี่ปุ่นค่ะ

สูตรสำหรับตัวเค้ก

ไข่ไก่ 3 ฟอง

น้ำตาล 90 กรัม

เเป้งเค้ก 90 กรัม

เนยจืดละลาย 20 กรัม

นม 20 ml

วิปปิ้งครีม

วิบปิ้งครีม 400 กรัม

น้ำตาลทรายป่น 40 กรัม

วิธีทำ

ตีไข่ใส่ชามผสมจนเริ่มเข้ากัน จากนั้นทะยอยใส่น้ำตาลทีละน้อย ตีจนได้ริบบอนเสตท

(วีธีทดสอบ ใช้หัวตีลากทับส่วนของเเป้งเป็นเลขเเปดได้ หรือสามารถปักไม้จิ้มฟันได้ไม่ล้มค่ะ)

Photobucket

Photobucket

ลักษณะของไข่ที่ตีได้ที่ต้องพับทบได้ เเละคงรูปอยู่ขณะหนึ่ง

จากนั้นตักส่วนของไข่ประมาณหนึ่งถ้วยผสมกับเนยละลาย (เนยต้องไม่ร้อนนะคะ)

ร่อนเเป้งลงในส่วนผสมของไข่  ค่อย ๆ ตะล่อมให้เข้ากัน  เทส่วนของเนย  ตะล่อม

สุดท้ายเติมส่วนของนมเเล้วตะล่อมให้เข้ากัน อบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียสประมาณ 30 นาที

Photobucket

Photobucket

sponge cup cake with raisin

วันนี้ขอนำเสนอคัพเค้กเนื้อเค้กเเบบสปองค์  เนื้อนุ่มเบา ๆ มีวิธีทำที่ไม่ยุ่งยาก เเละส่วนผสมก็ไม่ว่าง เอาไว้ทานคู่กับกาเเฟร้อน ๆ ตอนเช้า

ส่วนผสม

ไข่ไก่ฟองใหญ่ 2 ฟอง

เกลือป่นหนึ่งหยิบมือ

น้ำตาลทรายเม็ดละเอียด 60 กรัม

น้ำมันพืช 35 กรัม

วานิลลา 1/2 ช้อนชา

เเป้งเค้ก 50 กรัม

ผงฟู 1/4 ช้อนชา

ลูกเกดเเห้ง

วิธีทำ

เเยกไข่ขาวเเละไข่เเดงออกจากกัน  ร่อนเเป้งกับผงฟูให้เข้ากันประมาณสองรอบ  อุ่นเตาอบที่่ 180 องศาเซลเซียส  ตีไข่ขาวกับเกลือ  พอเริ่มฟูเปลี่ยนเป็นความเร็วสูงสุดจากนั้นทะยอยใส่น้ำตาลทีละน้อย (30 กรัม)  ตีจนไข่ขาวตั้งยอดอ่อน  พักไว้

ตีไข่เเดง น้ำมันพืช วานิลลาเเละน้ำตาลทรายส่วนที่เหลือด้วยความเร็วสูงจนขึ้นฟู  เเล้วนำไข่ขาวมาตะล่อมกับไข่เเดง

เเบ่งเเป้งใส่ชามผสมของไข่ประมาณสองครั้ง ค่อย ๆ ตะล่อมอย่างเบามือ  ตักใส่พิมพ์กระดาษ  โรยลูกเกดเเห้ง  จากนั้นอบประมาณ 13 นาที

Photobucket

strawberry mousse cake

ช่วงนี้ทำเค้กเเละมีสตอเบอรี่เข้ามาเกี่ยวข้องเยอะหน่อย เพราะว่าตอนนี้สตอเบอรี่มีเยอะมากเเละราคาไม่เเพง  อยากทานเค้กเย็น ๆ หวาน ๆ เนียน ๆ นุ่ม ๆ ก็ต้องเป็นมูสเค้กเลยค่ะ  ได้รับเเรงบันดาลใจมาจากเเม่ปูเเห่งบล๊อกเเกงค์ เเต่สุดท้ายเเหม่มก็เอามาปรับสูตรเองอีกจนได้

ตัวเค้กวันนี้ที่ทำเป็นเค้กนมสด สูตรเดียวกับที่เคยทำเอาไว้ก่อนหน้านี้ค่ะ  ทีนี้เรามาทำเนื้อมูส กับซอสสตอเบอรี่กันดีกว่า

เนื้อ สตอเบอรี่ของที่ญี่ปุ่นหวานอร่อยมากอยู่เเล้ว  ต้องพยายามอย่าเติมน้ำตาลเยอะเพราะเดี๋ยวจะหวานเกินน่ะค่ะ  เริ่มต้นจากทำซอสสตอเบอรี่ก่อน

ซอสสตอเบอรี่
สตอเบอรี่ 350 g
น้ำตาลทรายขาว 80 g
น้ำส้ม 1/2 ถ้วย

วิธีทำซอสสตอเบอรี่
นำ สตอเบอรี่หั่นผ่าครึ่ง  น้ำตาลทราย  น้ำส้ม ต้มรวมกัน (ไฟกลาง) ต้มจนน้ำสตอเบอรี่ออกมาเป็นสีเเดงเข้มเลยนะคะ จากนั้นกรองเอาน้ำสตอเบอรี่พักเอาไว้ก่อน  (ช้อนฟองออกด้วยก็ดีค่ะ เพราะเวลาทำเป็นเยลลี่เเล้วจะได้ไม่มีฟองอากาศ)

ได้น้ำสตอเบอรี่ประมาณถ้วยกว่าเลย

ขั้นตอนต่อไปทำเนื้อมูสค่ะ

ตี วิปครีม ขั้นตอนนี้เเหม่มเติมน้ำตาลลงไปประมาณหนึ่งในสี่ถ้วยตวงด้วย (กลัวไม่หวาน)  ตีจนพอเนียนนะคะ ไม่ต้องตีจนตั้งยอด เเม่ปูเเนะนำว่าไม่อย่างนั้นเนื้อมูสจะไม่เนียนค่ะ
เตรียมเจลาตินหนึ่ง ช้อนโต๊ะ ละลายกะน้ำเย็นสามช้อนโต๊ะ ทิ้งไว้จนเจลาตินพอง เสร็จเเล้วก็เอาไปละลายบนหม้อน้ำร้อนอีกที (ห้ามละลายโดยตรงนะคะ)  ทิ้งเจลาตินให้เย็น
จากนั้นนำสตอเบอรี่สดประมาณ 400 g ไปบดในเครื่องปั่นให้ละเอียด   นำสตอเบอรี่ที่บดละเอียดเเล้วลงไปต้มในหม้อพออุ่น ๆ เเล้วใส่เจลาตินที่เราเตรียมเอาไว้ลงไปผสมค่ะ   ทิ้งให้ส่วนผสมเย็น  เเล้วเอามาผสมกับวิปครีมที่ตีเอาไว้ตอนต้น

วิปครีมที่ผสมกับสตอเบอรี่

ทีนี้มาถึงขั้นตอนประกอบค่ะ

ตอนอบ เค้กตัวเค้กเเหม่มใช้พิมพ์ขนาดสิบห้าเซนนะคะ ส่วนตอนประกอบใช้สปริงฟอร์มถอดก้นได้ขนาดสิบแปดเซน  สไลด์เค้กเป็นสองชั้น วางชั้นเเรกลงไปก่อน จากนั้นโปะมูสทับลงไปค่ะ  วางเค้กชั้นที่สองเเล้วโปะมูสลงไปเกลี่ยให้ (พยายาม) เรียบ  เหลือพื้นที่ด้านบนก่อนถึงขอบพิมพ์เอาไว้หน่อยรอราดซอสสตอเบอรี่  เเหม่มเอาเข้าช่องฟรีซเลย มิเสียเเรงที่ซื้อตู้เย็นมีช่องฟรีซใหญ่


ทีนี้มาจัดการกับซอสสตอเบอรี่กันต่อ  เตรียมเจลาตินที่สัดส่วนเดิม วิธีเดิมรอให้เย็น  นำซอสสตอเบอรี่ขึ้นตั้งไฟพออุ่น ผสมกับเจลาตินที่เตรียมไว้  รอให้ซอสสตอเบอรี่เย็นก่อนราดบนหน้ามูสนะคะ
จัดการเอาเค้กออกจากช่องฟรีซ เเหม่มทิ้งเอาไว้ประมาณสองชั่วโมง พอหน้าตึง ๆ ก็ราดซอสเลยค่ะ


เป็นเค้กที่ทำนานสุดเลยค่ะ กว่าจะเสร็จก็ปาไปห้าชั่วโมงได้