วันนี้พี่มาลีส่งเอ็มวีเพลงเกี่ยวกับเซ็งเเลบ เวอร์ชั่นเจ๊เลดี้ไก่กา มิใช่ กาก้าเเต่อย่างใด เจ๊ไก่กาเเต่งเสื้อกาวน์สีขาว สภาพที่ทำงานคุ้น ๆ คล้าย ๆ ห้องที่เเหม่มซังต้องนั่งทำงานทุกวันเลยนี่ (ฟะ) เนื้อหาเพลงประมาณว่า เลดี้ไก่กาเธอเซ็งงานเธอเหลือล้น งานก็ไม่ออก บอกว่าปีเเรกจะได้ตีพิมพ์ก็ไม่ได้ คุณหลอกลวงชั้นตลอด (เสียงป่าวประกาศก้องของเจ๊ไก่กา) พร้อมภาพที่เธออ้อนวอนพี่เซลล์ขอให้ผลเเลบออกมาดี ๆ เธอจะได้ตีพิมพ์ นั่งดูไปเเหม่มซังฮาก๊าก พลางคิดว่าคนคิดเพลงนี้เอาชีวิตชั้นไปตีเเผ่หรืออย่างไร ผิดกันก็เเค่เจ๊ไก่กา อ้อนวอนขอให้ผลออก ส่วนเเหม่มซังไปบนตามวัดค่ะ ใครว่าเด็กสายวิทย์จะไม่พึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอเถียงค่ะ บนโต๊ะทำงานของเเหม่มซัง มีเครื่องลางทุกชนิด ใครว่าดีเเหม่มซังไปสอยมาบูชาหมด
มาเข้าเรื่องกันดีกว่า ดูเอ็มวีเพลงนี้เเล้วก็ขำดี เเต่เเหม่มซังเป็นคนที่ไม่ค่อยเครียดเรื่องเรียน เเต่ซีเรียสเเละจริงจัง อ่านเเล้วเหมือนงงใช่ไหม เดี๋ยวจะอธิบาย ที่บอกว่าไม่เครียดเพรา่ะว่าเเหม่มซังไม่เครียด (จริง ๆ นะไม่ได้โม้) เเต่ที่บอกว่าซีเรียสก็คือ จริงจังในการทำงานโดยไม่มีความเครียดมาเป็นตัวกดดัน เรื่องเรียนเเหม่มซังจึงไม่ค่อยมีปัญหา ยกเว้่นเวลาอกหักกับเวลาที่ขี้เกียจตัวเป็นขน นี่ละต้นเหตุที่ทำให้เกิดปัญหากับเรื่องเรียนได้ ฮ่วย
เเล้วเหตุไฉนถึงมาเรียนต่อ โดยพื้นฐานที่เเหม่มซังเป็นเจ้าหนูจำไม ชอบตั้งคำถามเเละอยากรู้อยากเห็น เริ่มรู้ตัวเองว่าชอบสายงานทางวิชาการก็ตอนเข้าเรียนปริญญาตรีว่าชั้นจะต้องเรียนต่อ พอเรียนจบตรีก็ต่อโทที่คณะเดิม พอจบออกมาทำงานได้ประมาณหนึ่งปี เหตุที่ยังไม่ได้เรียนต่อเอกเลย เพราะว่าเเหม่มซังยังหาทุนเรียนต่อไม่ได้ พร้อมกับได้โอกาสทำงานเลยเลือกทำงานก่อน เเต่ก็ยังไม่เลิกล้มความคิดเรื่องเรียนต่อ ทำงานได้ประมาณหนึ่งปีก็ได้มีโอกาสเรียนต่อปริญญาเอก เเต่มีข้อเเม้ว่าเเหม่มซังต้องมาเรียนต่อโท เอกที่นี่รวมระยะเวลาห้าปีครึ่ง ตอนนั้นสมัยยังสาว ห้าปีครึ่งเเป๊บเดียวเอง ไม่คิดมากเลยตอนนั้น ดำเนินเรื่องจนได้ทุนเเละมาเรียนต่อที่ฮิโรชิม่า
สาเหตุที่ต้องมาเรียนห้าปีครึ่ง เหมือนจะจำได้ลาง ๆ ว่าเคยเขียนในบล๊อคก่อนหน้านี้ เพราะว่าเเหม่มซังต้องมาเรียนสาขาที่ไม่ได้เรียนตอนตรี โท มา เรียกว่าเราใหม่มากในสายนี้ อาจารย์ท่านปรารถนาดี กลัวเราเรียนเอกนาน ทุนไม่สามารถที่จะครอบคลุมได้ เลยโทกะเอกไปเลยจะได้เรียนยาว ๆ เเล้วก็ยาวสมใจจริง ๆ
ตอนที่เรียนปริญญาโทเป็นอะไรที่สนุกมาก เพราะรู้สึกเหมือนเราได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เเต่เวลาการทำงานของที่นี่ทำให้เเหม่มซังเหมือนเริ่มเป็นคูโบต้าขึ้นทุกวัน ๆ เวลาในหนึ่งอาทิตย์เเหม่มซังมีเวลาส่วนตัวให้กับตัวเองน้อยมาก พอเรียนจบโทเสร็จ มีโอกาสกลับบ้านเรียกว่าตอนนั้นเป็นช่วงพีคสุด อกหัก ไม่อยากเรียน เหงา สารพัดที่หญิงวัยใกล้หมดประจำเดือนจะเป็น พาลไม่อยากกลับมาเรียนต่อ เเต่สุดท้ายสมองสั่งการส่วนอึดทึกก็บอกว่า ชั้นจะทำลายเวลาเเละประสบการณ์ที่สั่งสมมาจะจบลงเพียงเเค่นี้เหรอ นั่งร้องไห้ที่สนามบินเป็นเต่าเผาเเล้วก็กลับมาเชิดหน้าที่ฮิโรชิม่าต่อ
ตอนนี้เรียนมาประมาณสามปีครึ่ง เเหม่มซังเหลือเวลาอีกสองปีก็จะเรียนจบ ไม่เคยนึกเสียใจเลยที่เรียนต่อ เเค่พลันนึกบางเวลาว่าวัยสาวชั้นพลาดอะไรไปบ้างนี่ เเต่เมื่อเเลกกับประสบการณ์เเละสิ่งที่ได้รับเมื่อได้มาเรียนมันยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่งซะอีก



